Get in my Think Art.

สถาปัตยกรรมของเมืองต้องห้าม

สถาปัตยกรรมของเมืองต้องห้าม

สถาปัตยกรรมของเมืองต้องห้าม

jumbo jili

พระราชวังต้องห้ามมีความโดดเด่นไม่เพียงเพราะขนาดเท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย นี่คือคุณสมบัติหลักห้าประการ

สล็อต

  1. สมมาตรตามแนวแกนและการวางแนวใต้-เหนือ
    เพื่อแสดงถึงอำนาจสูงสุดของจักรพรรดิที่ประทานจากสวรรค์และสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่เป็นศูนย์กลางของโลก ประตูและห้องโถงที่สำคัญทั้งหมดของพระราชวังต้องห้ามถูกจัดวางอย่างสมมาตรบนแกนกลางเหนือ-ใต้ของกรุงปักกิ่งเก่า
    สวรรค์ที่คิดว่าจะ Polaris (นอร์ทสตาร์), ดาวนิ่งเพียงดูเหมือนจะอยู่ในท้องฟ้าทางตอนเหนือและพระราชวังต้องห้ามรูปแบบของเมืองชี้ให้ผู้เข้าชมของตรงไปที่ “สวรรค์”
  2. สุดยอดช่างไม้
    พระราชวังต้องห้ามเป็นโครงสร้างไม้โบราณที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก
    โครงหลักของอาคารทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยคานและเสาไม้คุณภาพสูง รวมถึงลำต้นทั้งหมดทำจากไม้ฟีบี้เจิ้นหนานอันล้ำค่าจากป่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
    ช่างไม้ในเมืองต้องห้ามใช้ร่องเชื่อมและข้อต่อเดือยเพื่อสร้างอาคารพระราชวังอันยิ่งใหญ่ “กลมกลืน” โดยไม่ต้องใช้ตะปู เล็บถือว่ามีความรุนแรงและไม่ลงรอยกัน
    ดู4 เหตุผลทำไมส่วนใหญ่สถาปัตยกรรมแผนจีนเป็นไม้
  3. อิมพีเรียลคัลเลอร์
    สีหลักของเมืองต้องห้ามที่มีสีเหลืองและสีแดง ผนัง เสา ประตู และหน้าต่างส่วนใหญ่ทาสีแดง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความสุขในวัฒนธรรมจีน
    ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด และใช้โดยราชวงศ์เท่านั้น หากคุณปีนขึ้นไปบนยอด “Scenery Hill” ในJingshan Parkและมองเห็นพระราชวังต้องห้าม คุณจะเห็นหลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองที่กว้างใหญ่
  4. ตกแต่งหลังคา
    มีรูปปั้นสัตว์ลึกลับแถวหนึ่งวางเรียงตามแนวสันเขาของห้องโถงซึ่งมีไว้เพื่อการใช้งานอย่างเป็นทางการเท่านั้น
    สัตว์ เช่นมังกรฟีนิกซ์ และสิงโต มีความหมายอันทรงพลังในวัฒนธรรมจีน
    Hall of Supreme Harmony มีรูปปั้นสันหลังคา 10 รูป จากซ้ายไปขวา: ‘Series Ten’ (行什 เฉพาะหลังคานี้ เทพเจ้าลิงต้านฟ้าร้อง), มังกร, ฟีนิกซ์, สิงโต, ม้าน้ำ, ม้าสวรรค์, ปลา มังกร แฮแท (มังกรคล้ายแกะ) มังกรคล้ายสิงโต และมังกรคล้ายวัวกระทิง
    จำนวนสัตว์แตกต่างกันไปตามความสำคัญของอาคาร คุณสามารถเห็นสัตว์ 10 ตัวได้ที่Hall of Supreme Harmonyโครงสร้างที่สำคัญที่สุดในพระราชวังต้องห้าม และอีกเจ็ดตัวบนPalace of Earthly Tranquilityที่พำนักของจักรพรรดินี
  5. สิงโตหิน/บรอนซ์
    ในวัฒนธรรมจีน สิงโตเป็นราชาของสัตว์ และถือเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความแข็งแกร่ง
    สิงโตหินและทองสัมฤทธิ์เป็นที่นิยมในฐานะผู้พิทักษ์สัญลักษณ์ และสามารถมองเห็นได้ข้างประตูพระราชวังต้องห้ามหลายแห่ง
    สิงโตเป็นคู่เสมอ โดยที่สิงโตตัวเมียอยู่ทางซ้ายและตัวผู้อยู่ทางขวา ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับStone Lions ของจีน — Lowdown และรูปภาพมากมาย
    พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง จากชื่อภาษาจีน แปลตามตัวอักษรได้ว่า “เมืองต้องห้ามสีม่วง” พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง พระราชวังต้องห้ามยังรู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร หรือ 450 ไร่ (0.72 ตร.กม.) อาคาร 980 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์ หอพระสมุด ห้องลับต่าง ๆ อีกมาก รวมทั้งยังมีสวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อมกันโดยตลอด มีคูและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตร ล้อมรอบ ใช้ระยะก่อสร้างประมาณ 14 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1406 จนถึง ค.ศ. 1420
    พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามได้ทางจตุรัสนี้ ผ่านประตูเทียนอันเหมิน บริเวณรอบจตุรัสเทียนอันเหมิน เรียกว่า อาณาเขตหลวง โดยมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่โดยรอบ เช่น มหาศาลาประชาคม ในอดีต พระราชวังแห่งนี้ เป็นเขตหวงห้ามไม่ไห้ประชาชนเข้า แม้ข้าราชการชั้นสูง ยังต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ จึงเรียกพระราชวังนี้ว่า “พระราชวังต้องห้าม” จักรพรรดิจะทรงประทับอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ กั้นพระองค์จากโลกภายนอก โดยมีสนมกำนัล ขันที และข้าหลวงรับใช้ซึ่งคนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในนครต้องห้ามตลอดชีวิต เพื่อความสำราญของจักรพรรดิ ในวังจะมีวิเสท 6,000 คน ประกอบพระกระยาหาร มีสนมกำนัล 9,000 นาง ซึ่งมีขันที 70,000 คน คอยดูแลให้
    แม้ว่าประเทศจีนจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว พระราชวังต้องห้ามก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน และภาพประตูเทียนอันเหมินก็ยังปรากฏอยู่ในตราประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย นอกจากนี้ พระราชวังต้องห้ามยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลจีนได้มีนโยบายจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเพื่อจะอนุรักษ์สภาพของอาคารและสวนหย่อมไว้
    ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามร่วมกับพระราชวังเสิ่นหยางเป็นหนึ่งในมรดกโลกในนาม พระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในปักกิ่งและเสิ่นหยาง เมื่อ ค.ศ. 1987

สล็อตออนไลน์

ชื่อ “พระราชวังต้องห้าม” นั้นแปลมาจากชื่อในภาษาจีนว่า จื่อจิ้น เฉิง ชื่อ จื่อจิ้น เฉิง ปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1576 สำหรับในภาษาอังกฤษเรียกพระราชวังนี้ว่า เมืองต้องห้าม (Forbidden City) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระราชวังต้องห้าม (Forbidden Palace)
ชื่อ จื่อจิ้น เฉิง เป็นชื่อที่มีความสำคัญหลายระดับ คำว่า จื่อ หรือ “สีม่วง” อ้างอิงถึงดาวเหนือ ซึ่งจีนโบราณเรียกดาวดวงนี้ว่า ดาวจื่อเว่ย และในดวงจีนแบบดั้งเดิมถือว่าเป็นสรวงสวรรค์ที่ประทับของเง็กเซียนฮ่องเต้ โดยดาวจื่อเว่ย(ดาวเหนือ)นี้อยู่ตรงกลาง วงล้อมจื่อเว่ย โดยมีดาวบริวารต่างๆรายล้อมดาวจื่อเว่ย(ดาวเหนือ)อยู่ภายในวงล้อมดังกล่าว ถือเป็นราชอาณาจักรของเง็กเซียนฮ่องเต้และพระบรมวงศานุวงศ์ของพระองค์ พระราชวังต้องห้ามถือเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ (ฮ่องเต้) บนแผ่นดิน ซึ่งเป็นโลกคู่กัน คำว่า จิ้น หรือ “ต้องห้าม” อ้างอิงถึงความจริงที่ว่าไม่มีผู้ใดที่สามารถผ่านเข้าออกพระราชวังได้ โดยมิได้รับพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จจักรพรรดิ ส่วนคำว่า เฉิง หมายถึง “เมือง”
ในทุกวันนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปว่า กู้กง ซึ่งหมายถึง “พระราชวังเก่า” ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนอาคารเหล่านี้รู้จักในชื่อ “พิพิธภัณฑ์พระราชวัง”
เมื่อองค์ชายจูตี้ พระราชโอรสในสมเด็จพระจักรพรรดิหงอู่เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิหย่งเล่อแล้ว พระองค์ทรงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงจากหนานจิงไปยังปักกิ่ง การก่อสร้างพระราชวังหลวงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1406 และต่อมาจึงกลายมาเป็นพระราชวังต้องห้าม
การก่อสร้างดำเนินไปเป็นระยะเวลา 14 ปี และใช้กรรมกรมากกว่าหนึ่งล้านคน วัสดุที่ถูกนำมาใช้ ประกอบด้วย ท่อนไม้ชั้นเยี่ยมจากไม้ Phoebe zhennan ซึ่งพบได้ทางป่าด้านตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และหินอ่อนขนาดใหญ่จากเหมืองใกล้กับปักกิ่ง พื้นของตำหนักส่วนใหญ่ถูกปูด้วย “อิฐทองคำ” ซึ่งเป็นอิฐเผาพิเศษจากซูโจว
ตั้งแต่ ค.ศ. 1420 ถึง ค.ศ. 1644 พระราชวังต้องห้ามเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์หมิง ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1644 พระราชวังแห่งนี้ถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฎที่นำโดยหลี่ จื้อเฉิง โดยเขาประกาศตัวเองเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชุน แต่ไม่ช้าเขาก็ต้องลี้ภัยออกจากพระราชวังต้องห้ามไปก่อนที่กองทัพซึ่งเป็นกองผสมของอดีตผู้บัญชาการอู่ ซานกุ่ยแห่งราชวงศ์หมิงและกองกำลังแมนจู จะเข้ายึดชิงบางส่วนของพระราชวังต้องห้ามคืน

jumboslot

ต่อมาในเดือนตุลาคม กองกำลังแมนจูประสบความสำเร็จอย่างสูงในภาคเหนือของจีน และมีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นที่พระราชวังต้องห้าม ในการประกาศการเสวยราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิซุ่นจื้อในฐานะทรงปกครองแผ่นดินจีนทั้งหมดภายใต้ราชวงศ์ชิง ราชสำนักชิงมีการเปลี่ยนแปลงชื่อพระตำหนักบางองค์เพื่อเน้น “ความสามัคคี” มากกว่า “ความยิ่งใหญ่” สร้างป้ายชื่อสองภาษา (ภาษาจีนและภาษาแมนจู) และได้นำองค์ประกอบเชมันเข้าสู่พระราชวัง
ใน ค.ศ. 1806 ระหว่างสงครามฝิ่นครั้งที่สอง กองกำลังแองโกล-เฟรนซ์ได้เข้ามายึดครองพระราชวังต้องห้ามและครองไว้จนสิ้นสุดสงคราม ใน ค.ศ. 1900 สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี่ พระพันปีหลวงทรงลี้ภัยออกจากพระราชวังต้องห้ามในช่วงที่เกิดกบฏนักมวย และทรงปล่อยให้พระราชวังต้องห้ามถูกยึดครองโดยกองกำลังตามอำนาจในสนธิสัญญาจนถึงปีถัดมา
หลังจากที่พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิ 24 พระองค์ ในจำนวนนั้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง 14 พระองค์ และราชวงศ์ชิง 10 พระองค์ พระราชวังต้องห้ามถูกยุติการเป็นศูนย์กลางทางการเมืองของประเทศจีนลงใน ค.ศ. 1912 พร้อมกับการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายแห่งมหาจักรวรรดิจีน จากข้อตกลงกับรัฐบาลสาธารณรัฐจีนใหม่ อดีตสมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋จะยังทรงประทับอยู่ภายในเขตพระราชฐานชั้นในได้ ในขณะที่เขตพระราชฐานชั้นนอกนั้นยกให้ใช้เป็นสาธารณะ จนกระทั่งอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ทรงถูกขับออกจากพระราชวังต้องห้ามภายหลังการรัฐประหารใน ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังถูกก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1925 ใน ค.ศ. 1933 การบุกรุกจีนของญี่ปุ่น ได้บังคับให้ย้ายสมบัติประจำชาติภายในพระราชวังต้องห้ามออกไป ส่วนหนึ่งของสมบัติถูกส่งกลับคืนเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่อีกส่วนหนึ่งถูกอพยพไปยังไต้หวันใน ค.ศ. 1948 ภายใต้คำสั่งของเจียง ไคเชก เมื่อพรรคก๊กมินตั๋งปราชัยในสงครามกลางเมืองจีน สมบัติที่มีขนาดค่อนข้างเล็กแต่มีคุณภาพสูงถูกเก็บไว้จนถึง ค.ศ. 1965 มันถูกนำมาจัดแสดงแก่สาธารณะอีกครั้ง เป็นสมบัติชิ้นหลักของพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติในไทเป
หลังจากการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ค.ศ. 1949 ความเสียหายบางประการได้เกิดขึ้นกับพระราชวังต้องห้ามเนื่องจากถูกกวาดล้างในการปฏิวัติที่กระตือรือร้นจนเกินไป ในช่วงของการปฏิวัติทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม การทำลายล้างเพิ่มเติมถูกป้องกันเมื่อนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหลส่งกองทัพออกไปปกป้องพระราชวังต้องห้าม
พระราชวังต้องห้ามถูกประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อ ค.ศ. 1987 โดยยูเนสโก ในชื่อ “พระราชวังแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง” เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในการพัฒนาของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมจีน ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ซึ่งมีการดำเนินโครงการการบูรณะสิบหกปี เพื่อซ่อมแซมและบูรณะอาคารทั้งหมดภายในพระราชวังต้องห้ามให้กลับไปอยู่ในสภาพก่อน ค.ศ. 1912

slot

ในปัจจุบันนี้การแสดงตัวขององค์กรการค้าในพระราชวังต้องห้ามกำลังก่อให้เกิดการโต้แย้ง ร้านสตาร์บัคส์ถูกเปิดเมื่อ ค.ศ. 2000 จุดประกายความรู้สึกไม่เห็นด้วยและในที่สุดก็ถูกปิดร้านในวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 สื่อจีนยังมีการแจ้งว่ามีร้านขายของที่ระลึก 2 แห่งซึ่งปฏิเสธชาวจีนและยอมรับเงินจากชาวต่างชาติใน ค.ศ. 2006
ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐที่ได้รับการเลี้ยงรับรองอาหารค่ำในพระราชวังต้องห้าม นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนมา